[ระหว่างประเทศ] ผู้นำฝ่ายค้านไทย ณัฐพงษ์ เสนอ 5 ข้อเรียกร้อง ผลักดันไทย-เมียนมา ร่วมมือจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดน
RtiTalk 小編21 วันที่แล้ว
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (People's Party) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรของไทย ได้เสนอแนะนโยบาย 5 ข้อในวันนี้ (3) โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หยิบยกประเด็นมลพิษแม่น้ำข้ามพรมแดนเป็นวาระสำคัญในการหารือกับผู้นำเมียนมา พล.อ. มิน อ่อง หล่าย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายจัดตั้งกลไกการตรวจวัดร่วม การควบคุมพื้นที่เหมืองแร่ และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว เป็นผู้รับผิดชอบงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายณัฐพงษ์กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า พื้นที่ต้นน้ำในเมียนมา ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่ามีการตั้งเหมืองทองและแหล่งขุดเจาะอื่นๆ อาจปล่อยสารมลพิษไหลลงสู่ลุ่มแม่น้ำโขงและแม่น้ำหลายสายตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งรวมถึงแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำ การเกษตร และสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาของประชาชนในพื้นที่ปลายน้ำของไทย ปัญหานี้ได้ดำเนินมาเกือบ 2 ปีแล้ว แม้ว่าการพบปะหารือของผู้นำทั้งสองประเทศจะมีกำหนดการล่าช้า แต่ก็ยังสามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ปฏิบัติได้จริง
พรรคประชาชนได้เสนอ 5 ข้อเรียกร้องขั้นต่ำ ดังนี้:
1. ทั้งไทยและเมียนมา ร่วมกันยืนยันข้อมูลมลพิษของแม่น้ำข้ามพรมแดนแต่ละสาย และรัฐบาลเมียนมาควรชี้แจงความรับผิดชอบเกี่ยวกับสถานการณ์มลพิษและแหล่งที่มาที่เป็นไปได้ให้ชัดเจน
2. เสริมสร้างกลไกการตรวจวัดและการเปิดเผยข้อมูลทวิภาคี ร่วมกันเก็บตัวอย่าง วิเคราะห์คุณภาพน้ำ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของมลพิษ และกำหนดมาตรการปรับปรุงที่ชัดเจน
3. กำหนดพิกัดพื้นที่เหมืองแร่ที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งอาจก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกในการกำกับดูแลกิจกรรมการทำเหมือง จำกัดการปล่อยมลพิษ และฟื้นฟูคุณภาพน้ำอย่างค่อยเป็นค่อยไป
4. ฝ่ายไทยควรชี้แจงมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายเหมืองแร่และกฎหมายศุลกากร หากแหล่งกำเนิดมลพิษไม่ได้รับการปรับปรุง ฝ่ายไทยอาจจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์แร่ที่เกี่ยวข้องจากเมียนมา
5. ยกระดับประเด็นมลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนไปสู่การพิจารณาในเวทีระหว่างประเทศ เช่น อาเซียน คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง และกลไกความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (Lancang-Mekong Cooperation, LMC)
นายณัฐพงษ์ชี้แจงว่า แม้ว่าที่ผ่านมาไทยและเมียนมาจะเคยมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน แต่ยังคงขาดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในการรวบรวมข้อมูลร่วมกัน การระบุแหล่งกำเนิดมลพิษ และการดำเนินมาตรการแก้ไข ดังนั้น รัฐบาลควรเรียกร้องให้มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน หน่วยงานผู้รับผิดชอบ และตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่สามารถตรวจสอบได้ในการประชุมครั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้การหารือเป็นเพียงการให้คำมั่นในหลักการเท่านั้น
เขายังเสนอแนะให้รัฐบาลแต่งตั้งนายสีหศักดิ์เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการประสานงานกับหน่วยงานด้านการต่างประเทศ สิ่งแวดล้อม เหมืองแร่ ศุลกากร และความมั่นคงตามแนวชายแดน และรายงานความคืบหน้าของการตรวจวัดและการเจรจาให้สาธารณชนทราบเป็นประจำ พรรคประชาชนจะติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลทุกไตรมาส เพื่อประเมินว่าทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพน้ำ การสำรวจพื้นที่เหมืองแร่ และการควบคุมมลพิษอย่างจริงจังหรือไม่
นอกเหนือจากปัญหามลพิษทางแม่น้ำแล้ว นายณัฐพงษ์ยังเรียกร้องให้นายอนุทินเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยจัดตั้งกลไกการสืบสวนและการแลกเปลี่ยนข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรับมือกับการฉ้อโกงข้ามชาติ การลักลอบค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ สินค้าหนีภาษี และการขนส่งสินค้าผิดกฎหมายอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบของอาชญากรรมข้ามพรมแดนต่อประชาชนไทยและระเบียบเศรษฐกิจ (บรรณาธิการ: เชิน เจิ้นเจียง)
แหล่งที่มา: https://www.rti.org.tw/news?uid=3&pid=224028
บทความนี้ทำให้คุณรู้สึกอย่างไร?
0 คนแสดงความรู้สึก